D-Max VS REVO

วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง ISUZU D-Max 1.9 กับ TOYOTA HILAX REVO 2.4 กันน่ะครับ

เรามาเริ่มกันที่เจ้า ISUZU D-Max 1.9 กันก่อนดีกว่า ในความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมว่า มันเป็นรถที่ดีน่ะครับ ไม่ใช่แค่ประหยัดน้ำมัน ผมว่ามันทนมือทนเท้าดีน่ะครับ รูปทรงผมว่ามันเหมาะกับเมืองไทยมาก ไม่ใหญ่ไปและไม่เทอะทะ ดูแล้วสบายตาสำหรับในเมือง หรือเดินทางไกลก็ไม่น้อยหน้ารถรุ่นอื่น

Isuzu D-Max Blue Power เครื่องยนต์ “อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” รุ่น RZ4E-TC ขนาด 1,900 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที  แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที มาจากการคิดค้นและพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล ซูเปอร์คอมมอนเรลรุ่นใหม่ เป็นเครื่องยนต์ที่ล้ำหน้าสุด ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่น นั่นคือ แรงม้าเพิ่มขึ้น 10%, แรงบิดเพิ่มขึ้น 9%, เร็วขึ้น 8% (จากการทดสอบอัตราเร่งช่วง 0-100 กม./ชม. โดยทีมวิศวกรอีซูซุ), น้ำหนักเบากว่าเครื่องยนต์เดิม 20% หรือลดลงประมาณ 60 กิโลกรัม, ค่ามลพิษต่ำสุด (โดยเฉพาะในรุ่นสปาร์ค มีค่า CO2 ต่ำเพียง 161 กรัม/กม. น้อยสุดในรถระดับเดียวกัน) และประหยัดน้ำมันขึ้น 19% พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาระบบส่งกำลังใหม่หมดเพื่อรองรับขุมพลังใหม่ ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ต่อมา เรามาดูเจ้า TOYOTA HILAX REVO 2.4 กันบ้างนะครับ เจ้าตัวนี้ผมว่าภายนอกก็สวยไม่น้อยหน้าค่ายอื่นเหมือนกัน ด้วยรูปทรงที่โฉบเฉียว ภายในหรูหราด้วยการดีไซน์ใหม่ ทำให้ TOYOTA HILAX REVO 2.4 เป็นที่น่าจับจองเป็นอย่างมากในตลาดรถกระบะเมืองไทย

เครื่องยนต์ของ Toyota Hilux REVO 2.4 มีเฉพาะแค่เครื่องยนต์ดีเซล GD Efficient Boost ความจุ 2.4 ลิตร เสริมด้วย VN Turbo, ระบบฉีดน้ำมันอัจฉริยะ ที่มาพร้อมปั๊มแรงดันสูง 220 MPa อีกทั้งยังมี Roller Rocket Arm with Valve Lash Adjuster ที่ช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างลูกเบี้ยว และกระเดื่องวาล์ว พร้อมระบบปรับตั้งวาล์วอัตโนมัติเพื่อกำจัดช่องว่างของการสึกหรอที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่มีการรั่วไหลของไอน้ำมันเครื่อง แม้ใช้มาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังมีระบบ Exhaust Gas Recirculation (EGR) ด้วยระบบนำไอเสียหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ และระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Stop & Start System)

ทั้งหมดนี้มอบสมรรถนะสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที รวมไปถึงยังมอบความประหยัดที่เหนือชั้น, ลดการก่อมลพิษ, การทำงานของเครื่องยนต์ที่นิ่งเรียบ สม่ำเสมอ เพื่อมอบความเงียบ สั่นสะเทือนน้อยลง ขับขี่สบายดุจนั่งรถยนต์ส่วนตัว ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา iMT 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Super Intelligent ECT

พอมาถึงตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณแล้วครับว่าชอบรุ่นไหนค่ายไหนมากกว่ากัน ผมแนะนำให้คุณไปทดลองขับเองก่อนที่จะตัดสินใจซื้อน่ะครับ เพราะเราไม่สามารถรู้สมรรถนะ ของรถคันนั้นๆได้จากการฟังแค่คนอื่นมาบอก แต่สำหรับผม ผมเทใจไปทาง ISUZU D-Max 1.9 มากกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่ผมพูดมาทั้งหมดคือความคิดเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆนะครับ

Please follow and like us:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *